แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์บอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์บอล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกการนั่งประธานฟีฟ่าของฟิโก้และเบลลั่นไม่ซบผี

เฮียมูหนุน หลุยส์ ฟิโก้ นั่งประธานฟีฟ่าพาวงการฟุตบอลแจ่มชัวร์





หลังจากที่ โค้ชโชเซ่ มูรินโญ่.ออกโรงเชียร์รุ่นน้องร่วมชาติอย่าง หลุยส์ ฟิโก้. ที่จะได้คว้าตำแหน่งประธานฟีฟ่า. เผยเชื่อว่าเจ้าตัวจะทำให้วงการฟุตบอลขาวสะอาดและดีขึ้นกว่าเดิม.

นั่นอาจจะเรียกได้ว่าสร้างความฮือฮา. ไม่น้อยสำหรับ หลุยส์ ฟิโก้.ที่เป็นอดีตแข้งดังของ.

  • ทีมบาร์เซโลน่า. 
  • ทีมเรอัล มาดริด.
  • ทีมอินเตอร์ มิลาน. 

ที่เขานั้นได้ออกมาประกาศท้าชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ. หรือ ฟีฟ่า.

จนแล้วจนเล่า ล่าสุด. โค้ชโชเซ่ มูรินโญ่.กุนซือใหญ่ของ ทีมเชลซี. ที่ได้ออกมาสนับสนุนให้เจ้าตัวคว้าตำแหน่งนี้อีกคน เพราะเชื่อว่าอดีตแข้งดังจะทำให้วงการฟุตบอลดีขึ้นกว่าเดิม.

เขานั้นกล่าวว่าผมเชื่อว่า.หลุยส์ ฟิโก้ นั้นจะสามารถพาวงการฟุตบอลก้าวไปข้างหน้าได้ดี.  ประสบการณ์ตลอดชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของเขาจะช่วยทำให้อนาคตของวงการฟุตบอลดูดีกว่าที่เคย.

โดยที่ผมเชื่อมั่นในตัวเขาและเขาก็มีความมุ่งมั่นที่จะทำในตรงนี้. หากเขาได้เป็นประธานเขาจะเป็นประธานที่โฟกัสเฉพาะฟุตบอลเท่านั้น.  และโอกาสที่จะทำให้วงการฟุตบอลไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน มูรินโญ่ กล่าว.


ประกาศหยุดลือเสียที! เบล ลั่นเองไม่ย้ายซบ ทีมผีแดงแน่นอน




หลังจากที่ แกเร็ธ เบล.ปีกตัวจี๊ดของ ทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด. ออกมายืนยันว่ายังมีความสุขกับทีม และไม่เคยคิดย้ายไปร่วมทัพ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด. แน่นอน.

โดยหลังจากที่เขา ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทีม ทีมปีศาจแดง ของศึกพรีเมียร์ลีก. มาโดยตลอดสำหรับ แกเร็ธ เบล ปีกวานรของ เรอัล มาดริด.  ล่าสุดออกมายืนยันว่าไม่คิดที่จะย้ายไปร่วมทัพกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามที่เป็นข่าว พร้อมยืนยันยังแฮปปี้กับราชันชุดขาว.

และแม้ว่าก่อนหน้านี้. ที่อดีตปีกตัวเก่งของ ทีมสเปอร์ส. ตกเป็นข่าวว่าอาจถูกปล่อยตัวออกจากทีมเพื่อย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เจ้าตัวทนกระแสข่าวดังกล่าวไม่ไหว จึงออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าไม่เคยคิดที่จะย้ายไปร่วมทัพทีมปีศาจแดงเลย.  และยังมีความสุขกับ ทีมเรอัล มาดริด อยู่ สัญญาก็ยังมีอีกหลายปี ไม่ย้ายไปไหนแน่นอน.

ตัวของผมแทบจะนึกภาพตัวเองลงเล่นให้กับ. ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด.ไม่ออกเลย ในการสัมภาษณ์ทุกครั้งที่ผ่านมา ผมก็ยังยืนยันเสมอว่ายังมีความสุขกับ เรอัล มาดริด และผมจะถูกถามคำถามนี้มาโดยตลอด. ผมยังมีสัญญากับทีมอีกหลายปีและกำลังสนุกกับการที่ได้ลงเล่นที่นี่ ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อคว้าแชมป์กับทีมต่อไปอย่างแน่นอน แกเร็ธ เบล กล่าว.


ทีมคริสตัล พาเลซ คว้าอเมโอบี้เสริมคมฟรีค่าตัว




ซึ่งโปรแกรมบอลอลัน พาร์ดิว กุนซือป้ายแดงของ. ทีมคริสตัล พาเลซ. จัดการดึงตัว โชล่า อเมโอบี้ กองหน้าวัย 33 ปี. มาร่วมงานกันอีกครั้ง หลังเคยร่วมงานกันมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่ยังอยู่กับ ทีมสาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด.

หลังจากที่. ทีมปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ. จัดการคว้าตัว โชล่า อเมโอบี้ กองหน้าตัวเก๋าวัย 33 ปี. มาเสริมทัพแบบไม่มีค่าตัวเรียบร้อย โดยจะได้ร่วมงานกับ อลัน พาร์ดิว อีกครั้ง หลังเคยร่วมงานกันมาแล้วในถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด.

โดยที่แข้งวัย 33 ปี. นั้นได้กลายเป็นนักเตะไร้สังกัด. หลังเพิ่งจะยกเลิกสัญญากับกาเซียนเทปสปอร์ ทีมในลีกตุรกี ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา.ซึ่งก็มี ทีมฮัลล์ ซิตี้ และ ทีมเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน . สนใจคว้าตัว แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็เลือกไปอยู่กับอดีตนายใหญ่อีกครั้งที่ ทีมคริสตัล พาเลซ.


วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โปรแกรมบอลรอบแรกทีมชาติไทยใน ศึกซูซุกิ คัพ 2014

ทีมช้างศึกไทย ลัดฟ้าสู่ประเทศสิงคโปร์เตรียมลุยศึกซูซูกิคัพ2014




หลังจากที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง.ที่เป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทย นำ 22 ขุนพล ช้างศึกบินลัดฟ้ามุ่งหน้าสู่ประเทศสิงคโปร์ เตรียมลุยศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014.

โดยเมื่อเวลา 07.00 นาฬิกา ที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย นั้นได้ออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยเที่ยวบินแอร์เอเชีย FD357. เพื่อทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ซึ่งมี โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เป็นกุนซือใหญ่นำลูกทีมทั้ง 22 คน บินลัดฟ้า. 

ซึ่งแม่ทัพใหญ่ทีมชาติไทยได้ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางว่า สภาพทีมตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้วทุกขุมกำลัง หลังจากเก็บตัวฝึกซ้อม 2 สัปดาห์. และมีเกมอุ่นเครื่อง 3 นัด. หลังจากนี้ก็จะเป็นการแข่งขันจริง

และโค้ชยังกล่าวว่า. ส่วนการเดินทางเช้านี้น้องๆ ทุกคนสดชื่นไม่ได้มีอาการล้าแต่อย่างใด ไปถึงเราก็จะซ้อมเย็นทันทีและก็จะมีซ้อมในวันพรุ่งนี้อีกครั้งก่อนเปิดสนามเกมแรก.

ในด้านของ เกษม จริยวัฒน์วงศ์.ที่เป็นผู้จัดการทีม ก็ได้แสดงความพอใจกับสภาพทีมว่า เราเตรียมตัวมา 2 สัปดาห์.  มีผู้เล่นแกนหลักจากเอเชียนเกมส์และผู้เล่นที่มีประสบการณ์เข้ามาเสริม ตอนนี้เราพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขัน ซึ่งเป้าหมายของเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแชมป์. ซึ่งหากเราผ่านรอบแรกไปได้โอกาสจะประสบความสำเร็จก็มีสูงทีเดียว

และทั้งนี้หลังจากบินถึงประเทศสิงคโปร์. ทัพนักเตะทีมชาติไทย จะเข้าพักที่โรงแรมเอ็ม โฮเต็ล ก่อนจะลงฝึกซ้อมในช่วงเย็น และในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน. ทัพช้างศึก มีโปรแกรมประเดิมสนามเผชิญหน้ากับ แชมป์เก่า. และ เจ้าภาพ อย่าง ประเทศสิงคโปร์. ในเวลา 19,00 นาฬิกา.  ตามเวลาประเทศไทย




มาดูโปรแกรมรอบแรกทีมชาติไทยใน ศึกซูซุกิ คัพ 2014




โดยที่ในวันพรุ่งนี้ วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 57. แล้วนะครับ ทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติระดับอาเซียน ที่ใครหลายคนรอคอย กับศึก.   เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014

ขอเรียนย้ำอีกทีว่า ใน กลุ่ม A. ประกอบไปด้วย

  1. ประเทศ เวียดนาม เจ้าภาพ. 
  2. ประเทศ ฟิลิปปินส์.
  3. ประเทศ อินโดนีเซีย.
  4. ประเทศ ลาว.


สำหรับกลุ่ม B. มี

  1. ประเทศ สิงคโปร์.เจ้าภาพ และ เป็นแชมป์เก่า.
  2. ประเทศ ไทย.
  3. ประเทศ มาเลเซีย. 
  4. ประเทศ เมียนมาร์. 


ซึ่งหลายท่านอาจจะพอทราบแล้วว่า.  ขุนพลช้างศึก ของเรามีคิวเปิดสนามในวันอาทิตย์ที่. 23 พฤศจิกายน 57. เวลา 19.00 นาฬิกา โดยพบศึกหนักตั้งแต่นัดแรกกับ เจ้าภาพและแชมป์ 4 สมัย ทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นคู่ปรับสำคัญของเราในรายการนี้ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

และบวกกับการคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายของไทยตั้งแต่ปี 2002. จากการดวลจุดโทษชนะอินโดนีเซียไปอย่างสุดระทึก นับแล้วก็กินเวลานานกว่า 12 ปี. ที่เราไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่า.  แชมป์ อีกเลย.

ก็ต้องขอแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม สำหรับโปรแกรมการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ จะเตะแบบเหย้า-เยือน.

ซึ่งอันดับที่ 1 ของแต่ละสาย จะพบกับรองแชมป์ของอีกกลุ่ม โดยทีมแชมป์กลุ่มจะเป็นฝ่ายไปเยือนก่อนในนัดแรก ซึ่งจะเตะในวันที่ 6-7.  ธันวาคม.ส่วนนัดที่สองเล่นในวันที่ 10-11. ธันวาคม. 

และในส่วนของนัดชิงชนะเลิศจะเล่นระบบเหย้า-เยือนเช่นกัน ในวันที่ 17 ธันวาคม. และ 20 ธันวาคม.

เพียงแต่ว่าอย่างไรก็ดี ก่อนจะมองไปถึงรอบน็อคเอ๊าท์ เราต้องผ่านรอบแรกซะก่อน! ซึ่งดูตามหน้าเสื่อแล้ว ประมาท ไม่ได้แม้แต่เกมเดียว.

ต้องติดตามโปรแกรมฟุตบอล. รอบแรกของทีมชาติไทยได้ ตามรูปประกอบ. จดเวลาคิกออฟให้แม่น จำช่องถ่ายทอดสดให้ขึ้นใจ จะได้ไม่พลาดส่งแรงเชียร์แรงใจ ให้แข้งช้างศึกคว้าแชมป์ที่แฟนบอลรอคอยทั้งประเทศ ได้สำเร็จเสียทีครับ. 





วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

วิเคราะบอล : จดหมายสาร จาก คูมัน ถึง ฟาน กัล และ เกรียนโอ้ ผมทำอะไรผิดเหรอ?

จดหมายสาร จาก คูมัน ถึง ฟาน กัล



ถึงแม้ว่ากลางสัปดาห์แบบนี้จะมีฟุตบอลศึก “ลีก คัพ” ผู้ดีในชื่อ “แคปิตอล วัน คัพ” รอบ 32 ทีมสุดท้ายลงทำการแข่งขัน และไม่ได้มีชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งตกรอบแรก เพราะทีมชื่อ “เอ็มเค ดอนส์”

แต่ว่าบนสื่อยังคงเป็นของ หลุยส์ ฟาน กัล. และลูกทีม ชนิดที่เรียกได้ว่า มาจาก “ทุกมุม” องศา

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นความเห็นของ แกรี่ เนวิลล์ ที่ “ประเมิน” ว่า อดีตสโมสรของเค้าคงต้องใช้เงินอีก 100 ล้านปอนด์

ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเติมจากที่จ่ายไปแล้ว 151. ล้านปอนด์ ซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อ “เติมทัพ” โดยเฉพาะ.
  1. เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ. 
  2. มิดฟิลด์ตัวรับ.  
  3. มิดฟิลด์ตัวกลาง.



ทีมผีแดงไม่มีโปรแกรมบอลลีกคัพเหมือนชาวบ้าน เพราะชิงตกรอบเพราะ เอ็มเค ดอนส์ ไปก่อนแล้ว

ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ “อินไซด์” สุด ๆ จากสื่อ “เดลี เมล์” ที่ระบุว่ามีเสียงเล็ดลอดจากห้องแต่งตัวหลังเกมแพ้เลสเตอร์ 3-5 ตะโกนประมาณว่า แมร่ง จะเปลี่ยนตัว ดิ มาเรีย ออกทำไมวะ.? ด้วยเหมือนกัน.

ก็เอาเป็นว่า ก่อนเกมนัดถัดไปสุดสัปดาห์นี้ที่พลพรรค ทีมปิศาจแดง เตรียมจะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ทีมเวสต์แฮม เป็นทีมที่เพิ่งถล่มลิเวอร์พูลมานั่นแหละ ผมคงได้มาพูดถึงฟาน กัล และลูกทีมอีกแน่ๆ.

เพียงแต่วันนี้. ก็ต้องขออนุญาตเปลี่ยนเรื่อง โดยเริ่มจากคำถามว่า “ทราบไหม ใครอยู่อันดับ 2 บนตารางพรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้.? หลังผ่านไป 5 นัด”

ซึ่งก็เชื่อแน่ครับว่า คอบอลส่วนใหญ่น่าจะทำ “หน้างง” และคงจะงงมากยิ่งขึ้นหากผมจะเฉลยว่าเป็นทีม เซาธ์แฮมป์ตัน คือ ทีมรองจ่าฝูงดังกล่าว. 

!!! ครับ. !!! ก็คงเหลือเชื่อสุดๆ เพราะยอดทีมแดนใต้ที่เพิ่งสร้างความประทับใจจบ “ อันดับ 8. ” ฤดูกาลที่ผ่านมา เสียทั้งกุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และนักเตะหลักมากมาย. 

โดยที่สถานการณ์แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ตามมาด้วยเนื้อ ๆ เน้น ๆ ไม่นับ “ตัวประกอบ” ก็ไล่เลยตั้งแต่

  1. อดัม ลัลลาน่า.
  2. ริคกี้ แลมเบิร์ต.
  3. เดยัน ลอฟเรน. 
  4. ลุค ชอว์.  
  5. คาลั่ม แชมเบอร์ส. 


และในขณะที่ได้ตัว “ตำนาน” กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ โรนัลด์ คูมัน ทำหน้าที่กุนซือพร้อมด้วย “งานสร้าง” ระดับคอนโดมิเนียม ไฮไรซ์ เกิน 40.ชั้น ในการสร้างทีมใหม่

สิ่งหลัก ๆ แล้ว คูมัน ต้อง “รีบซื้อ” แต่ก็ได้

  1. เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์.
  2. ไรอัน เบอร์ทรานด์.
  3. ดูซาน ทาดิช. 
  4. เชน ลอง.  
  5. กราซิอาโน่ เปลเญ่.ที่ได้มาร่วมทัพ


อีกทั้งยังมีนักเตะเก่าที่ยังเหลืออยู่ และยังไม่ไปไหน อาทิ.

  • มอร์ก็อง ชแนเดร์แล็ง.
  • เจย์ โรดริเกวซ. 
  • วิคเตอร์ วันยาม่า. 
  • นาธาน ไคล์.
  • มายะ โยชิดะ. ฯลฯ เป็นแกนเดิม


และล่าสุด ทีมนักบุญเพิ่งจะบุกชนะทีมสวอนซี ถึงรัง 1-0. และหลังเกม คูมัน พูดได้น่าประทับใจมากๆ ครับ

เขาพูดว่า ทีมเราเล่นแบบโพสิทีฟ และรักษาปรัชญาการเล่นของสโมสรไว้ได้ โดยตั้งแต่เกมแรก เราเล่นได้ดีโดยใช้ทีมเวิร์ก และความกระตือรือร้นสุดยอด

ซึ่งมันสร้างความประหลาดใจเหมือนกันที่ทีมใช้เวลาน้อยในการสร้างทีมใหม่ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

ภาพล่าสุดเมื่อคืน เมื่อทีมนักบุญบุกไปชนะทีมอาร์เซน่อลถึงบ้านซะด้วย!

ซึ่งรวมความแล้ว คูมัน “แตะๆ” หลายครั้งเรื่อง ทีมสปิริต และการรักษาปรัชญาการเล่น

และสิ่งทั้งหลายทั้งปวง และทั้งหมดนี้ ทำให้ผม “ชื่นชม” แม้จะรู้ว่า การออกสตาร์ตลีกสูงสุดได้เยี่ยมสุดในรอบ 26. ปี ของคูมัน และทีมเซาธ์แฮมป์ตัน จะเป็นเพียง “เรื่องสั้น. 

ก็อีกไม่นานก็จบ และทีมบุญก็คงตกลงไปอยู่กลาง ๆ ตาราง หรือต่ำกว่านั้น

แต่ผลงาน ก็ชนะ 3. เสมอ 1. และแพ้ 1.กับทีมที่ เปลี่ยนแปลง เยอะขนาดนี้ไม่ได้มาเพราะ โชคช่วย แน่นอน แต่ต้องใช้ความสามารถในการบริหาร ทำทีม

และซึ่ง คูมัน ทำได้!!!

มันทำให้ผมนึกย้อนถึง “ต้นเรื่อง” สโมสรทีมแมนฯยูฯ กับ หลุยส์ ฟาน กัล อีกครั้งครับ
โดย...ไข่มุกดำ


ก็ว่ากันไป ผมทำอะไรผิดเหรอ?


น้องโอ้ ผิดอะไร?

ถ้าหากเป็น ผู้แพ้ที่ดี คือคนที่ต้องรู้จักสงบปากสงบคำ และต้องไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ถึงแม้จะโดนบลัฟมากแค่ไหน โอเคคุณอาจจะโต้เถียงหรือแขวะกลับไปได้บ้าง แต่มันต้องทำด้วยวิธีที่ไม่ใช่การ "เหยียดผิว" นักเตะ

คำว่า saynoracism หรือการไม่พูดจาด่าด้วยการเหยียดผิว เป็นสิ่งที่องค์กรลูกหนังทั่วโลก พยายามรณรงค์ให้มันลดน้อยถอยไปหรือให้มันตายไปจากวงการฟุตบอลเลยได้ยิ่งดี แต่ผมเชื่อเลยว่ามันไม่มีทางหมดหรอก ถ้าจิตใจคนมันยังปราศจากสิ่งยั่วยุไม่ได้. !

แต่ว่านี่ก็เป็นอีก 1. เหตุการณ์ ที่ผมไม่อยากเชื่อว่าจะหลุดมาจากปลายนิ้วของแฟนบอล "เร้ด อาร์มี่ บางจำพวก" ย้ำนะครับว่า "บางจำพวก" เพียงแค่เพราะว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่เพิ่งสถาปนาตัวเองเป็น "ลิเวอร์พัดเลี่ยน" ได้ไม่นาน โพสต์ 'ทวิตเตอร์' เชิงแซวหรืออาจจะตกใจกับผลการแข่งขันที่ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาพ่าย ทีมเลสเตอร์ 3-5. 

นี่คือตัวอย่าง และก็ไม่ได้เอามากล่าวหาลอยๆ แต่มันมีอยู่จริงคนแบบนี้. 
ก็จะไม่ให้ตกใจหรือแซวได้ไงล่ะครับ เพราะผมเชื่อเลย ก่อนเกมที่ "ทีมปีศาจแดง" จะลงพบกับ "ทีมจิ้งจอกสยาม" เหล่าสาวกทีม "เร้ด อาร์มี่" จำนวนไม่น้อย เล่นจัดการโพสต์ "เฟซบุ๊ค" หรือ ทวิเตอร์ แซวหรือเชิงเยาะเย้ยลิเวอร์พูล ที่ไปพ่ายต่อ ทีมเวสต์แฮม 1-3. เมื่อวันเสาร์ กันอย่างสนุกมือ เพราะคงคิดว่าพรุ่งนี้ตูชนะแน่ !

และจะดูเหมือนว่าฟ้าเล่นตลกกับ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ เพราะเสกให้พวกเขาพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งเช่นกัน ทั้งๆที่ อังเคล ดิ มาเรีย โชว์เทพด้วยการยิงชิบข้ามประตู แถมยังมีช็อตที่ ราดาเมล ฟัลเกา แอสซิสต์เข้าหัว โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แบบพอเหมาะพอเจาะ ออกนำไปก่อน 3-1 แต่ใครจะเชื่อว่า ทีมเลสเตอร์ จะมารัว 4 ประตูรวด แซงชนะไป 3-5

นี่นับว่าเป้นการพ่ายแพ้ต่อเวสต์แฮมของหงส์แดง อย่าบอกนะว่าแฟนผีไม่เคยเยาะเย้ย

โดยหลังจากที่ เมื่อผลสกอร์จบแบบนั้น ก็ไม่ใช่แค่แฟนบอลทีม "จิ้งจอกสยาม" ทีมเดียวแล้วล่ะครับ ที่แฮปปี้มีความสุข เพราะแฟนบอลเฉพาะกิจอย่างทีม "หงส์แดง" เรียกได้ว่ายิ้มหน้าบาน ปากแทบฉีกไปถึงใบหู ประหนึ่งว่าถึงตาที ตู จะเอาคืนพวกนายแล้ววว !

และก็อาจจะเรียกได้ว่าอะไรที่ แฟนบอลทีม "ปีศาจแดง" เคยโพสต์เยาะเย้ยทีม "หงส์แดง" เมื่อวันเสาร์ที่แพ้ เวสต์แฮม เหล่าสาวกทีม "เดอะ ค็อป" จัดเต็มยิ่งกว่า เปรียบดังสุภาษิตที่ว่า "หัวเราะที่หลังดังกว่า"

โดยที่ 1 ในนั้น ก็มี 1 นักเตะของทีม ลิเวอร์พูล และเป็นอดีตแข้งคู่อริร่วมเมืองของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ นั่นคือ "ซูเปอร์มาริโอ้. " จัดการโพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว หลังเกมที่ "ปีศาจแดง" พ่ายต่อ "ทีมจิ้งจอกสยาม" ด้วยข้อความสั้นๆที่ว่า " Man utd  LOL."
สิ่งที่ผมสามารถทำใจยอมรับการเกรียนได้ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์เหยียดสีผิว

ก็โอเคผมเข้าใจดีว่า เป็นนักเตะที่เป็นอริของทีมรักคุณ ถ้าหากโพสต์แซวขนาดนี้ ในฐานะสาวกแฟนบอลของทีมมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่คุณจะต้องปกป้องหรือแขวะกลับไป เชิงประมาณเห้ยทีมนายก็แพ้มานะ

เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมไม่คาดคิดเลยว่าจะมีการแขวะกลับของแฟนบอลทีม "ปีศาจแดง" บางจำพวก ไปยัง "บาโลเตลลี่" ด้วยข้อความที่เหยียดผิวแบบชัดเจน นั่นคือด่าว่า Monkey ตรง ๆ เลยคับว่าคือ ลิง ! ซึ่งในประเทศแถบยุโรป คำนี้ถือว่าผิดมหันต์

และสิ่งที่ผมจะยกตัวอย่างข้อความของแฟนบอลทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทวีตไปหา บาโลเตลลี่ นะครับ

  1. บาโลเตลลี่ นายมันก็แค่ลิงตัวนึง.
  2. เมื่อวานทีมแกก็แพ้ 1-3 นะ ไอลิง.

ในส่วนนี้แค่เบาๆ นะครับ
ซึ่งอีกส่วนหนึ่งคือ 1. ข้อความ ถือว่ารุนแรงมากทีเดียวคือ "นายมันเป็นตัวแพร่เชื้ออีโบล่า ไอ้ลิงสกปรก"

แต่ผมไม่ได้ว่าแฟนบอลทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมดนะครับ เพราะแฟนบอลดีๆ มีเยอะทั่วโลก แต่พฤติกรรมแฟนบอลเหล่านี้มันรับไม่ได้ครับ มันเหมือนเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี !

โดยที่มันเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเหมือนกันนะ ที่คุณโพสต์ด่าคนอื่นได้ แต่เมื่อถึงตาคุณโดนบ้างกลับรับไม่ได้

ซึ่งหากจะสรุปแล้ว บาโลเตลลี่ ผิดอะไรหรือครับ ผิดที่เค้าโพสต์ข้อความ หรือผิดที่เค้าแซว แมนฯ ยูไนเต็ด 
แต่ถ้าหากคำตอบคือผิด ! แล้วทำไมต้องด่าทอกันด้วยข้อความที่มันเป็นการเหยียดผิด ผมว่ามันไม่ควรที่จะไปตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงอะไรทั้งสิ้น ที่จะก่อให้เกิดความบาดหมาง

หากแต่เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่แฟนบอลเหล่านั้นทำลงไป อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่เชื่อไหมผลกรรมนั้นมันจะย้อนตามมาเล่นงาน ดั่งเช่นตอนนี้ตำรวจแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ เตรียมหามือดีที่โพสต์ทวิตเตอร์เหยียดผิว บาโลเตลลี่ มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ในส่วนตัวผม ก้ไม่ได้โลกสวย เพื่อมาตำหนิแฟนบอลทีม "ปีศาจแดง" บางจำพวกหรอกนะครับ เพราะสาวกทีม "หงส์แดง" ที่ตัดผมขาว 3 ด้าน (เกรียน) ก็มีเหมือนกันแหละครับ ผมไม่ปฏิเสธแน่นอน.

แต่ทว่าก้อยากให้บลัฟกันพอขำๆ เอาแบบหอมปากหอมคอ อย่าให้มันมีรุนแรงอะไรมากมาย !

ก็เชื่อซิหากแซวกันพอขำๆ มันเป็นสีสันของชีวิตและเกมกีฬาดีออก มันทำให้ฟุตบอลไม่น่าเบื่อด้วย เพราะวันไหนที่ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้แขวะ ทีมลิเวอร์พูล หรือ "หงส์แดง" ไม่ได้แซว "ปีศาจแดง" มันคงเหงาปากน่าดูเลย ว่ามั้ย ??
โดย...HaiiHowdy.-



วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

ก็คนมันเก่งอ่ะ! โดยที่ฟัลเกา เผยว่าเคยเกือบเป็นนักเบสบอลมาก่อนนักฟุตบอล + คลิป.


ก็คนมันเก่ง
.! โดยฟัลเกา เผยว่าเคยเกือบเป็นนักเบสบอลมาก่อน+คลิป.



ถือว่าเป็นโชคดีนะที่ พ่อเตือนไว้ซะก่อน
.! "หลังจากที่ เอล ติเกร" ได้ยอมรับว่า สมัยวัยเยาว์ เคยหมางเมินลูกหนังคลั่งไคล้เบสบอล จนเกือบยึดเป็นอาชีพ. แต่โชคดีที่มีคุณพ่อคอยเตือน จนทำให้รู้ว่าตนเองเหมาะสมกับกีฬาฟุตบอลที่สุด.

หลังจากที่
. ราดาเมล ฟัลเกา ซึ่งเป็นหัวหอกป้ายแดงของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด. ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ถ้าหากตนเองไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก็อาจจะหันไปเอาดีทางกีฬาเบสบอลแทน เพราะตนเองก็พอมีฝีมือ และคลั่งไคล้กีฬาชนิดนี้อยู่บ้าง โดยยอมรับว่า ตอนสมัยเด็กๆ เคยเกือบเลิกเล่นฟุตบอล และไปทุ่มเทให้กับเบสบอลแทนเสียแล้ว ทว่าสุดท้ายได้คุณพ่อเตือนสติให้หันกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง จนมีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงทุกวันนี้.

โดยที่เขาได้เปิดเผยว่า "ในสมัยเด็กผมอาศัยอยู่ที่ประเทศ เวเนซูเอล่า และเริ่มเล่นฟุตบอลที่นั่น แต่ตอนนั้นผมเล่นไม่เป็น และรู้สึกอายทุกครั้งที่ลงเล่นกับเด็กคนอื่นๆ มันทำให้ผมไม่อยากเล่นอีกต่อไป แต่พ่อของผมคอยให้กำลังใจ และสนับสนุนให้ผมเล่นต่อไป จนทำให้ผมตกหลุมรักฟุตบอลในที่สุด แต่ผมจะบอกอะไรให้นะ ผมก็เป็นนักกีฬาเบสบอลเช่นกันในตอนนั้น ที่ประเทศเวเนซูเอล่า ซึ่งผมอาศัยอยู่ถึง 5 ปีเต็ม มีวันนึงการฝึกซ้อมฟุตบอลของพวกเราถูกยกเลิก เพื่อร่วมทีมต่างตัดสินใจว่าจะเล่นเบสบอลแทน แต่ผมไม่รู้กติกาอะไรทั้งสิ้นเลย"

เขากล่าวว่า หลังจากที่พวกเรา เริ่มเล่น ผมก็ตีบอลพลาด เพื่อนร่วมทีมต่างหัวเราะเยาะผม และนั่นก็เป็นแรงผลักดันให้ผมเริ่มทำความเข้าใจกับกีฬาชนิดนี้ ผมเล่นในตำแหน่งพิชเชอร์ และก็คิดว่าจะหันไปเอาดีทางกีฬาเบสบอลแทนฟุตบอล แต่พ่อของผมรู้ดีว่าผมเล่นฟุตบอลคงจะรุ่งกว่า สุดท้ายเราก็ย้ายออกจากเวเนซูเอล่า จึงจำเป็นต้องเลิกเล่นเบสบอสไปโดยปริยาย แต่สุดท้ายผมก็เชื่อแล้วว่า ผมรักฟุตบอลมากกว่า ฟัลเกา วัย 28 ปี
. กล่าว

และกองหน้าชาวโคลอมเบีย ยังได้กล่าวถึงบิดาบังเกิดเกล้าของตนเองอีกด้วยว่า "สำหรับพ่อ คือไอดอลตลอดกาลของผม เขาเคยเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหลัง และได้แนะนำผมว่า ควรเล่นอย่างไร เวลาเผชิญหน้ากับกองหลัง
."





ดูท่าจะเป็นข่าวใหญ่เมื่อ นาสรี่เมินทีมหงส์.

ชี้ทีมผี
.,ทีมสิงห์.ลุ้นแชมป์ลีกกับทีมเรือใบ.



เมื่อนาสรี่ เผยได้มองข้าม "ทีมหงส์แดง
." ว่าอาจ ลุ้นแชมป์ลีกยาก หลังจากเสีย ซัวเรซ แถมมีเกมยุโรปมาเพิ่ม ชี้มีเพียง "ทีมปีศาจแดง" กับ "ทีมสิงห์บลูส์" ที่เป็นคู่แข่งแย่งแชมป์กับ "ทีมเรือใบสีฟ้า" ส่วน "ทีมปืนใหญ่." มองว่าเป็นตัวทรอดแทรก

หลังจากที่ ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์ของ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมชั้นนำในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มองข้าม ทีมลิเวอร์พูล คู่แข่งร่วมลีก ว่าอาจจะหมดสิทธ์ลุ้นซิวแชมป์ลีกในซีซั่นนี้ เนื่องจากเสียนักเตะคนสำคัญอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ไป รวมถึงยังมีโปรแกรม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพิ่มเข้ามา ดังนั้นจึงขอยกให้ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ทีมเชลซี ที่จะมาเบียดแย่งแชมป์กับทัพ "ทีมเรือใบสีฟ้า
."

โดยที่มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
."ทีมลิเวอร์พูล จะต้องพบกับงานที่ยากลำบาก เพราะพวกเขาเสีย ซัวเรซ ไป อีกทั้ง ทีมลิเวอร์พูล ยังจะมีโปรแกรมลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่จะแตกต่างออกไปสำหรับพวกเขา เพราะซีซั่นที่แล้วพวกเขาลงเล่นแค่ในลีกจนถึงเดือนสุดท้ายของฤดูกาล และมันทำให้พวกเขาได้เปรียบ เนื่องจากมีสภาพร่างกายที่สดและฟิตกว่า."

เขาได้กล่าวว่า
. สำหรับผม ผมคิดว่าคู่แข่งสำคัญของ แมนฯ ซิตี้ ในการแย่งแชมป์ลีก คือ ทีมเชลซี และ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด โดย ทีมเชลซี ทำได้ดีในการเซ็นนักเตะเข้ามา และ เชส ฟาเบรกัส จะเป็นคนที่สามารถทดแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้ เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม ผมรู้ดีเพราะผมเคยเล่นกับ เชส สมัยอยู่ อาร์เซน่อล ส่วน เชลซี ที่มีปัญหาเรื่องศูนย์หน้าเมื่อซีซั่นก่อน แต่ฤดูกาลนี้พวกเขาก็เซ็นคว้าตัว ดีเอโก้ คอสต้า เข้ามา ส่งผลให้พวกเขาดูน่ากลัวอย่างมาก.

ทั้งยังได้เพิ่มเติมอีกว่า
. และ ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นั้นได้กุนซือคนใหม่ ทั้งยังคว้านักเตะมาเสริมขุมกำลังได้เป็นอย่างดี รวมถึงพวกเขาไม่มีโปรแกรมลงเตะเกมยุโรปด้วย ดังนั้นผมจึงคาดหวังว่า ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งอย่างแน่นอน ส่วน ทีมอาร์เซน่อล ก็อาจมีลุ้นแย่งแชมป์เหมือนกัน เพราะการคว้าตัว อเล็กซิส ซานเซซ เข้ามา ทำให้มีความแข็งแกร่งขึ้น นาสรี่ ร่ายยาว.



ดูเหมือนทีมปืนจะได้เฮ.! หลังวัลค็อตต์ เตรียมคัมแบ็กนัดฟัดทีมไก่. 



ดูเหมือนทีมปืนใหญ่ จะได้เฮ เมื่อ วัลค็อตต์ เตรียมคัมแบ็กกลับมาลงสนามช่วยทีม ในแมตช์ปะทะทีม "ไก่เดือยทอง
." หลังเจ้าตัวฟิตเต็มสูบอีกครั้ง หลังร้างสนามไปกว่า 8 เดือน

ซึ่งหลังจากที่ทีม อาร์เซน่อล ที่เป็นยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
. ได้รับข่าวดี เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า ธีโอ วัลค็อตต์ ปีกตัวจี๊ด กลับมาฟิตแบบเต็มสูบอีกครั้ง ภายหลังต้องร้างสนามจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวมีลุ้นลงประเดิมสนามให้ทัพ "ทีมปืนใหญ่" เป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน เกมที่จะพบกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อริร่วมเมือง ในวันที่ 27 กันยายน. นี้

โดยสำหรับดาวเตะวัย 25 ปี
. ได้มีปัญหาเดี้ยงบริเวณหัวเข่า จากเกมที่ "ทีมปืนใหญ่" เอาชนะ "ทีมไก่เดือยทอง" ไป 2-0. ในศึก เอฟเอ คัพ เมื่อเดือน มกราคม ที่ผ่านมา แต่กระนั้น วัลค็อตต์ ก็ได้บำบัดฟื้นฟูอาการบาดเจ็บมาตลอด จนล่าสุดเตรียมคัมแบ็กกลับมาลงสนามช่วย อาร์เซน่อล. ได้อีกครั้ง ในศึก "ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์" ที่จะพบกับ "ทีมสเปอร์ส"

ซึ่งในทั้งนี้ การคัมแบ็กของ วัลค็อตต์ นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับ ทีมอาร์เซน่อล เพราะนอกจากจะเจอมีคิวลงดวลกับ "ทีมสเปอร์ส" แล้วนั้น ทัพ "ทีมปืนใหญ่" ก็ยังพบศึกหนักปะทะกับ ทีมกาลาตาซาราย ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันที่ 1 ตุลาคม
. ก่อนจะต้องออกไปเยือน ทีมเชลซี เป็นนัดถัดไป



จะได้ประโยชน์แน่นอนหรือเปล่า.?


ข่าวนี้จะยังคงมีประเด็นข่าวให้เห็นกันต่อเนื่องกับความเป็นไปได้ที่ทีมลิเวอร์พูลจะดึงตัว บิคตอร์ บัลเดส อดีตคนเฝ้าเสาของบาร์เซโลน่ามาร่วมทีม
.

ซึ่งด้วยสถานภาพของ บัลเดส ที่ไม่มีสังกัดหรือที่คุ้นกับคำว่าฟรีเอเยนต์ ย้ายไปทีมไหนก็ได้ช่วงเวลาไหนก็ได้มีข้อยกเว้นไว้ให้แม้ว่าตลาดซื้อขายจะปิดตัวไปแล้วก็ตาม

หลังจากที่ บัลเดส ได้หมดสัญญากับบาร์ซ่าหลังจากจบฤดูกาลที่แล้ว และมีการเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับโมนาโกตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ความท้าทายที่ต้องการพังลงไปหลังจากบาดเจ็บเข่าจนต้องเข้ารับการผ่าตัดและพักยาวมาจนถึงทุกวันนี้

และทางทมโมนาโกยกเลิกสัญญา ในขณะที่ทีมบาร์ซ่าก็ยังเปิดช่องให้อยู่ต่อ ทว่า บัลเดส ตัดสินใจเดินหน้าต่อไปรอความท้าทายอื่นโดยไม่มีเรื่องราวของเวลาในตลาดซื้อขายเข้ามาขัดขวาง จะมีก็เพียงสภาพร่างกาย สภาพความฟิตของตัวเองเท่านั้น


นี่เป็นท่าประจำตัวที่แฟนบอลคุ้นตา. 

ลองย้อนกลับมาที่ทีมลิเวอร์พูล ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายมีการประเมินสภานการณ์กันว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ควรจะหาผู้รักษาประตูเข้ามาเพิ่ม เอาประเภทที่สามารถกดดัน ซิมง มิโญเลต์ ได้ ไม่ใช่หาแค่ตัวสำรองแตะระยะห่างของฝีมือยังมีให้เห็นเฉกเช่นมี แบร็ด โจนส์
. เป็นมือ 2 อยู่ตอนนี้

ทางทีมอาร์เซนอลมี 
  1. เชสนี่ 
  2. ออสปิน่า 

ทีมเชลซีมี 2 สุดยอดอย่าง 
  1. ปีเตอร์ เช็ก 
  2. กูร์กตัวส์ 

และในขณะที่ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้มี 
  1. โจ ฮาร์ท 
  2. วิลลี่ กาบาเยโร่ 

ซึ่งแต่ละทีมถือว่ามือ 1. และ 2. สามารถกดดันแก่งแย่งตัวจริงกับได้แบบสูสี

และทีมลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นแบบนั้น แม้ว่า ร็อดเจอร์ส พยายามแก้ปัญหาเกมรับของทีมมาตลอด แต่การเสริมผู้รักษาประตูเพื่อกดดันหรือแย่งมือ 1 กับ มิโญเลต์ กลับไม่มีให้เห็น

โดยที่ก่อนหน้านี้ถ้า เปเป้ เรน่า ตัดสินใจอยู่ต่อก็สามารถใกล้เคียงกับคำว่ากดดัน มิโญเลต์ มากกว่า แบร็ด โจนส์ ทำไม เรน่า เลือกไปนั่งสำรองของ นอยเออร์ แทนที่จะสู้กับ มิโญเลต์

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ ความสัมพันธ์ของนักเตะกับกุนซือมันหมดลงไปตั้งแต่นาทีที่ ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงมือหนึ่งของทีมโดยไปดึงตัว มิโญเลต์ เข้ามา นั่นเท่ากับว่าหมดความไว้ใจกันไปเรียบร้อยแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมันจึงถูกตัดขาดตั้งแต่นาทีนั้น
.






เมื่อเปเป้ เรน่า จรลีไปอยู่กับ ทีมเสือใต้ ดีกว่าอยู่ต่อแบบอึดอัดใจ. 

โดยที่ความคาดเดาของสื่อกับกรณีที่ ร็อดเจอร์ส ทำตัวเงียบๆไม่ยอมขยับในช่วงโอกาสสุดท้ายก่อนเดดไลน์ อาจเป็นไปได้ที่ตั้งเป้าไปที่ บัลเดส เอาไว้แล้ว แค่รอให้ฟิตร่างกายกลับมาเท่านั้น ดีไม่ดีแอบคุยกันแล้วก็ได้
.

และทีมหงส์แดงจะได้ประโยชน์จาก บัลเดส หรือเปล่า ว่ากันเป็นประเด็นไป ในเรื่องของการปรับตัวกับเกมพรีเมียร์ ลีก ต้องรอของจริง เรารู้กันอยู่แล้วว่า พรีเมียร์ ลีก ฆ่าคนที่มีชื่อชั้นดีๆมานักต่อนัก ประเด็นนี้เป็นเรื่องอนาคตยกยอดไปก่อน

ซึ่งในเรื่องของอาการบาดเจ็บหัวเข่า เป็นเรื่องใหญ่ไปจัดการกันเองระหว่างการตรวจร่างกาย เรื่องที่จะได้ประโยชน์แน่ก็คือ ประสบการณ์ของ บัลเดส

สำหรับการเล่นให้กับทีมบาร์ซ่าสิบกว่าปี นั่นหมายถึงผ่านเกมระดับสุดยอดมามากมายโยเฉพาะถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก
.


นี่เป็นสไตล์การทำทีมของ บีร็อด ซึ่งน่าจะเข้ากับบัลเดสได้ดี.

และในเรื่องราวต่อมาก็คือฝีมือไม่ได้เป็นรอง มิโญเลต์ แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นหากมีการดึงตัวมาร่วมทีมในอนาคตอันใกล้จริงตามที่สื่อวิเคราะห์กัน ไม่ใช่แค่การดึงตัวเพื่อเข้ามาเป็นมือ 2
. ของทีม

เพียงแต่ว่าเป็นการดึงเข้ามาเพื่อแย่งมือหนึ่งกันอย่างชัดเจน ภาพรวมของ มิโญเลต์ ที่ผ่านมาถือว่าใช้ได้ในระดับพอใจสำหรับ ร็อดเจอร์ส

ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งเช่นกันที่คนเฝ้าเสาของหงส์แดงพลาดแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาตัดลูกโด่งหรือการปิดมุมเสาแรก

และรายละเอียดเล็ก ๆน้อยๆของผู้รักษาประตูไม่สามารถมองข้ามกันได้ มันหมายถึงการเสียประตูให้คู่แข่งทันที แมตช์เจอกับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้นเห็นกันชัดเจนว่า มิโญเลต์ พลาดอย่างแรงกับการปิดมุมเสาแรกเปิดช่องเป็นวาให้ กุน อเกวโร่ ยิงยัดเข้าไปแบบสบายๆ


ซึ่งถ้าบัลเดสมา ตำแหน่งตัวจริงของมิโญเล่ต์ก็ไม่การันตี 100% อีกต่อไป.

แม้จะปิดช่องมิดชิดแล้วระดับ อเกวโร่ ยังสามารถยิงเข้าไปได้ นับประสาอะไรกับการเปิดช่องซะกว้างขนาดนั้น ร็อดเจอร์ส ไม่สามารถมองข้ามรายละเอียดแบบนี้
. 

และปรัชญาฟุตบอลหลายอย่างของ ร็อดเจอร์ส
. ใกล้เคียงกับหลักฟุตบอลของทีมบาร์ซ่าที่ บัลเดส คุ้นเคย การขึ้นบอลจากแนวรับ การตั้งรับตั้งแต่แดนหน้าคือไล่บอลกันตั้งแต่กองหน้า คงช่วยให้การปรับตัวง่ายขึ้นเยอะ.

ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าอุปสรรคใหญ่ยังคงขวางทางอยู่ นั่นคือสภาพร่างกายของ บัลเดส เอง การตรวจร่างกายคงเข้มข้นมาก และเรื่องราวตามข่าวยังคงไม่เกิดขึ้นตอนนี้ อย่างน้อยกว่า บัลเดส
. จะกลับมาได้เต็มสูบต้องรอถึงเดือนพฤศจิกายน

และความคืบหน้าที่แท้จริงอาจจะต้องรอไปถึงเดือนหน้า แต่ว่าถ้าทุกอย่างเป็นจริงและราบรื่นถือว่า ทีมหงส์แดงได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้แน่นอน
.